
การบริหารนวัตกรรม
|
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และ
สิ่งแวดล้อม ประกอบกับผู้บริโภคที่ตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างคุ้มค่า การทิ้ง การจัดเก็บ การนำไปกำจัดที่ขาดประสิทธิภาพ และการขาดแคลนทรัพยากร รวมถึง ปัญหาทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งมี การเก็บภาษีนำเข้า ภาษีคาร์บอนและอื่น ๆ ซึ่งมีแนวโน้มจะเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ในระยะกลางและระยะยาว เช่น การเปลี่ยนแปลงของยอดขายแต่ละผลิตภัณฑ์ อันเนื่องมาจากแนวโน้มความต้องการซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เป็นต้น บริษัทฯ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด และมุ่งพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งปัจจุบันและอนาคต |
|
บริษัทฯ มุ่งเน้นวิจัย พัฒนา และสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างคุณค่าให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าตอบสนองต่อความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้า โดยการกำหนดนโยบายส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมในกระบวนการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนากับหน่วยงานภายนอก
เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตลอดจนสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพอันนำไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว |

หน่วยงานที่ดูแลและกำกับงานวิจัยและนวัตกรรม
|
หน่วยงานที่ส่งเสริมและคิดค้นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ คือ ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ซึ่งรายงานตรงต่อกรรมการผู้จัดการ หน่วยงาน ดังกล่าวมีหน้าที่ในการรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันเชิงธุรกิจ โดยมีการเปรียบเทียบข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางธุรกิจในตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ความแข็งแกร่งด้านการวิจัยและนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นไปตามความต้องการลูกค้าและทันต่อสถานการณ์แนวโน้มกระแสของลูกค้าในขณะนั้น
|
นโยบายการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจ
|
บริษัทฯ บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความต้องการของผู้บริโภค สังคม และกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และให้ความสำคัญกับการวิจัยพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรมเกี่ยวกับกระบวนการผลิต รวมถึงส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาร่วมกับหน่วยงานภายนอก เพื่อตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบายความปลอดภัยของผู้บริโภค และ
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม |
กระบวนการบริหารนวัตกรรม
เป้าหมาย

แนวทางการบริหารนวัตกรรมในกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์
|
บริษัทฯ บริษัทฯ จัดทำโครงการจัดการนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถตอบสนองต่อความต้องการลูกค้า โดยสอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืน ผ่านแนวทางการพัฒนานวัตกรรมในกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ขององค์กร ในปีพ.ศ. 2568 บริษัทฯมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน สอดคล้องตามมาตรฐานสากล รวมทั้งดำเนินการในกระบวนการผลิตเพื่อพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ
เพิ่มขึ้น |
- ลงทุนในบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ
|
การควบคุม กำกับ ดูแลการดำเนินงานตามมาตรฐานสากล และช่วยพัฒนาบุคลากรภายในให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ยกระดับ
การดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันได้มีการดำเนินการควบคุมมาตรฐานตามมาตรการขององค์กรอย่างเคร่งครัด |
- ลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
|
การพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของตลาด ทั้งในประเทศและระดับโลก ลดการใช้
เม็ดวัตถุดิบดั้งเดิม (fossil-based) การนำขยะอินทรีย์หรือผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ รวมถึงพลาสติกรีไซเคิลไปบดหลอมและผ่านกระบวนการเพื่อนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตได้ใหม่ การลดขยะพลาสติก ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องตามแนวคิดของเศรษฐกิจหมุนเวียน |
- ลงทุนในเทคโนโลยีใหม่
|
เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีการผลิต รวมทั้งพัฒนาและปรับปรุง กระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ มีเครื่องจักรใหม่ที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดการใช้พลังงาน ลดการสร้างมลภาวะต่อ
สิ่งแวดล้อม สนับสนุนพลังงานทดแทน และติดตั้งระบบดูดกลับเศษฟิล์มกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตโดยตรงเพื่อลดการใช้เม็ดพลาสติกลงจากการรีไซเคิลโดยตรงกลับเข้าสู่กระบวนการ |
- ลงทุนขยายฐานการผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ
|
ความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น การขยายฐานการผลิตจึงมีความจำเป็น โดยปัจจุบันทางบริษัทฯ มีฐานกำลังผลิต
ในประเทศไทย 2 แห่ง และที่ประเทศเวียดนาม 1 แห่ง |
การบริหารนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์
|
บริษัทฯ บริษัทฯ มุ่งพัฒนาและผลิตฟิล์มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง มาตลอดหลายปี โดยมุ่งมั่นที่จะส่งต่อแนว
ความคิดด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้มีส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร สร้างการปลูกฝังวัฒนธรรม รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ทั้งฟิล์มพลาสติกชีวภาพ(Bio-Based Film) ฟิล์มพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable Film) ฟิล์มพลาสติกจากพลาสติกที่ใช้แล้ว (Post-Consumer Recycled Film: PCR Film) ฟิล์มพลาสติกจากพลาสติกรีไซเคิลจากกระบวนการผลิต (Post-Industrial Recycled Film: PIR Film) และ ฟิล์มพลาสติกที่ผลิตจากพลาสติกชนิดเดียวกัน (Mono-Material Film) และยังพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อพัฒนาฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ ของบริษัทฯ ให้ความสำคัญในการควบคุมคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ทุกชนิด โดยฟิล์มพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะต้องมีคุณสมบัติเพียงพอต่อการใช้งานและความต้องการของลูกค้า รวมถึงผู้บริโภคด้วย รวมทั้งให้ความสำคัญต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล |
ประเภทผลิตภัณฑ์ฟิล์มที่มีนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Green Products)
1. ฟิล์มพลาสติกชีวภาพ (Bio-Based Film)
|
ฟิล์มพลาสติกชีวภาพที่บริษัทฯ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง แบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ ฟิล์มพลาสติกชีวภาพ BOPP (Bio-Based BOPP) ฟิล์มพลาสติกชีวภาพ CPP (Bio-Based CPP) ฟิล์มพลาสติกชีวภาพ BOPA (Bio-Based BOPA)และฟิล์มพลาสติกชีวภาพชนิดย่อยสลายได้ด้วยวิธีทางธรรมชาติ (Biodegradable Film)
|

2. ฟิล์มพลาสติกจากพลาสติกที่ใช้แล้ว (Post-Consumer Recycled Film: PCR Film)
|
ปัญหาขยะเป็นปัญหาสำคัญทั่วโลก จนเกิดปัญหามลภาวะขยะ ทั้งทางภาคพื้นดินและทางน้ำ ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต การนำขยะจากการบริโภคกลับเข้าสู่กระบวนการกลับมาใช้อีกครั้ง จึงเป็นอีกทางเลือกในการลดขยะให้น้อยลงได้ โดยบริษัทฯ เล็งเห็น
ความสำคัญเรื่องแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน จึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Post-Consumer Recycled Film โดยบริษัทฯผลิตทั้งหมด 3 ชนิด คือ Post-Consumer Recycled Biaxially Oriented Polyethylene Terephthalate Film (PCR BOPET Film) และ Post-Consumer Recycled Biaxially Oriented Polyamide Film (PCR BOPA Film)รวมทั้ง Post-Consumer Recycled Biaxially OrientedPolypropylene Film (PCR BOPP Film) |
ฟิล์มพลาสติก PCR-BOPET
|
ปัญหาขยะพลาสติกที่เป็นปัญหาระดับโลก และประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปัญหาการปล่อยขยะลงสู่ทะเล บริษัทฯ มีการดำเนินการร่วมมือกับบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นคู่ค้ารายสำคัญของบริษัทฯ และเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลชนิดพอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET) รายหลักของโลก พลาสติก PET ที่ใช้แล้ว ถูกเก็บกลับเข้ามาทำกระบวนการรีไซเคิล ผ่านกระบวนการล้างทำความสะอาด คัดแยก บด หลอมด้วยความร้อน และหลอมอัดฉีด (Extrusion) ออกมาเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล
เม็ดพลาสติก PCRPET ที่ได้นั้น ถูกนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นผลิตเป็นฟิล์มพลาสติกชนิด PCR BOPET นำขยะพลาสติกรีไซเคิลกลับมาเป็นเม็ดพลาสติกอีกครั้ง ผ่านกระบวนการบด หลอมด้วยความร้อน และหลอมอัดฉีด (Extrusion) ออกมาเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งเป็นการลดปัญหาขยะพลาสติกจากการบริโภคให้ลดลง โดยนำขยะพลาสติกหมุนเวียนเข้าสู่ระบบมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตฟิล์มพลาสติก รวมถึงเป็นการสนับสนุนแนวคิดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน |
|
ในปีพ.ศ. 2568 บริษัทฯ สามารถลดการใช้เม็ดพลาสติกจากฟอสซิลโดยการเปลี่ยนมาใช้เม็ดพลาสติก PET จากพลาสติก
ที่ใช้แล้ว ประมาณ 120.30 ตัน คิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 323.89 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า |
ฟิล์มพลาสติก PCR BOPA
|
การพัฒนาฟิล์มพลาสติก BOPA จากพลาสติกที่ใช้แล้ว โดยนำเม็ดพลาสติกพอลิเอไมด์ (PA) ที่ผลิตจากขยะพลาสติกต่างๆ (Mixed Plastic Waste) ผ่านกระบวนการไพโรไลซิส (Pyrolysis) กลับมาเป็นเม็ดพลาสติก PA โดยร่วมมือร่วมกับเครือบริษัท บีเอเอสเอฟและนำเม็ดพลาสติก PAที่ผ่านการรีไซเคิลกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตฟิล์มพลาสติกอีกครั้ง ซึ่งช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกหลัง
การบริโภคให้ลดลง ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง |
|
บริษัทฯ พัฒนาฟิล์ม PCR-BOPA ได้เป็นที่สำเร็จในปีพ.ศ. 2564 และกำลังดำเนินการผลักดันเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการใช้เม็ดพลาสติกจากฟอสซิลและเปลี่ยนมาใช้เม็ดพลาสติก PA จากพลาสติกที่ใช้แล้วเป็นการทดแทน
|
ฟิล์มพลาสติก PCR BOPP
|
เนื่องจากแนวคิดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ส่งผลให้มีการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งรวมถึงการใช้
เม็ดพลาสติกหมุนเวียน โดยนำเม็ดพลาสติกพอลิโพรพิลีน (PP)โดยร่วมมือกับบริษัท เอชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด ในการพัฒนา ฟิล์ม PCR BOPP ช่วยลดการใช้เม็ดพลาสติกจากฟอสซิลและยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์Mono Material เพื่อหมุนเวียนเข้าสู่ระบบต่อไป |
3. ฟิล์มพลาสติก จากพลาสติกรีไซเคิลจากกระบวนการผลิต (Post-Industrial Recycled Film: PIR Film)
|
กระบวนการผลิตฟิล์มพลาสติกจะมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นเสมอ บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นที่จะนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตฟิล์มพลาสติกให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นการลดขยะพลาสติกที่เกิดจากกระบวนการผลิต ช่วยลดขยะที่จะออกสู่ภายนอกโรงงานและชุมชนโดยรอบ และยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับขยะพลาสติก โดยสามารถนำกลับมาเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็น
การลดต้นทุนวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ ในปีพ.ศ. 2568 บริษัทฯ ลดการใช้เม็ดพลาสติกจากฟอสซิลจากขยะพลาสติกภายในโรงงานเท่ากับ 12,384.11ตัน คิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 23,299.47ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า |
4. ฟิล์มพลาสติกที่ผลิตจากพลาสติกชนิดเดียวกัน (Mono-Material Film)
|
บริษัทฯ มุ่งมั่นและสนับสนุนลูกค้าอย่างต่อเนื่องในแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ฟิล์มพลาสติกที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ
ส่วนใหญ่เป็นฟิล์มพลาสติกเพียงชนิดเดียว ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบสามารถนำไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ และสามารถนำไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกชนิดเดียวกัน (Mono-Material Packaging) ได้ อีกทั้งบริษัทฯ ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ฟิล์ม BOPP ร่วมกับลูกค้า เช่น ลูกค้าที่ผลิตบรรจุภัณฑ์ให้กับบริษัทที่ผลิตและจัดจำหน่ายขนมขบเคี้ยว เป็นต้น โดยให้ความร่วมมือในการสนับสนุนแนวความคิดที่บรรจุภัณฑ์มาจากวัสดุชนิดเดียวกัน (Mono-Material) เพื่อดำเนินการตามการใช้งานและความต้องการของลูกค้า ให้ลูกค้าสามารถนำไปผลิตได้จริง อีกทั้งส่งเสริมแนวคิดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนช่วยลดขยะพลาสติกลงและสามารถรีไซเคิลพลาสติกได้มากขึ้น โดยในปีพ.ศ.2568 ผลิตภัณฑ์ฟิล์มพลาสติก Mono-Materialที่ส่งต่อผลิตบรรจุภัณฑ์ Mono-Materialมีปริมาณเท่ากับ 0.38 ตัน หากมีการดำเนินการกำจัดขยะอย่างถูกต้องผ่านกระบวนการรีไซเคิลและนำบรรจุภัณฑ์พลาสติก Mono-Material หมุนเวียนกลับมาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลได้ 100% จะพบว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 713.02 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า |
5. ฟิล์มพลาสติกกั้นผ่านสูง BOPP (High-Barrier BOPP Film)
|
ฟิล์มที่มีคุณสมบัติเป็นตัวกั้นผ่านสูง พัฒนาเพื่อลดหรือทดแทนการใช้ฟิล์ม Metallized ที่มีคุณสมบัติในการกั้นผ่านไอน้ำและ
แก๊สได้สูง โดยฟิล์มพลาสติก High-Barrier BOPPเป็นฟิล์มชนิด BOPP ที่ได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติในการกั้นผ่านสูง เมื่อนำไปประกบกับฟิล์มชั้นอื่น ๆ ที่เป็นชนิด PP และ PE ทำให้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากวัสดุชนิดเดียวกัน(Mono-Material Packaging) ซึ่งจัดเป็นชนิด Polyolefins (PP, PE) ช่วยให้สามารถรีไซเคิลได้และลดขยะพลาสติกมากขึ้น |
6. ฟิล์มพลาสติก BOPA สำหรับบรรจุภัณฑ์ฉีกเป็นเส้นตรง (Straight Cut Retort)
|
ฟิล์มพลาสติก BOPA ที่มีการพัฒนาคุณสมบัติของฟิล์มพลาสติกที่มีคุณสมบัติช่วยให้การฉีกบรรจุภัณฑ์ง่ายขึ้น และเป็นเส้นต้น สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น โดยสามารถพัฒนาจนสำเร็จและเริ่มจำหน่ายในไตรมาสที่ 4 ของปีพ.ศ. 2567 สำหรับฟิล์มพลาสติก BOPAสำหรับบรรจุภัณฑ์ฉีกเป็นเส้นตรง (Straight Cut Retort Film)
|
การบริหารนวัตกรรมด้านการผลิต
โครงการพัฒนาตัวดักฝุ่นโดยใช้กระบวนการควบแน่น
|
โครงการที่เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของตัวดักฝุ่นโดยใช้กระบวนการควบแน่นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงตัวดักฝุ่นฯ ด้วยการเพิ่มพื้นที่ภายในให้สามารถกักเก็บฝุ่นได้มากขึ้น และยังเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานตัวดักฝุ่นฯ ได้นานขึ้น ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนลง
|
ผลการดำเนินงานการบริหารนวัตกรรม




