
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้เกิดการสร้างรากฐานระบบการทำงานที่ปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดีต่อพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานที่ดีและเป็นการสร้างสังคมการทำงานที่ปลอดภัยให้กับองค์กรสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ ผ่านการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติรวมถึงมีการส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานที่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงจากการประสบอันตรายและเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน และดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงานหรือลูกจ้างอย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายในการคงไว้ซึ่งการเป็นองค์กรที่มีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Fatality) เพื่อการดำเนินธุรกิจที่ต่อเนื่องและยั่งยืน
นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่
แนวทางการบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
บริษัทฯ กำหนดกรอบการบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน บริษัทฯ กำหนดโครงสร้างการกำกับและบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ครอบคุลมตั้งแต่คณะกรรมการบริษัทฯ และถ่ายทอดไปยังระดับปฏิบัติการเพื่อให้การบริหารจัดกรการดำเนินงานสอดคล้องต่อกลยุทธ์และเป้าหมายของบริษัทฯ ดังนี้

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) เพื่อกำกับดูแลและส่งเสริมให้การดำเนินงานด้านความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดให้มี คปอ. แต่ละโรงงานตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อการบริหารงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ คปอ.ประกอบด้วยผู้แทนจากฝ่ายบริหารและผู้แทนพนักงานระดับปฏิบัติการซึ่งมาจากการเลือกตั้ง รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพทำหน้าที่เป็นเลขานุการ
คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานมีบทบาทหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย แนวทาง และมาตรการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงจัดทำแนวทางในการป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานหรือสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย และนำเสนอต่อบริษัทฯ เพื่อพิจารณาดำเนินการ ทั้งนี้ คปอ.มีการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานต่อผู้บริหารระดับสูง โดยมีกรรมการผู้จัดการและคณะกรรมการบริษัทฯ ร่วมทบทวนผลการดำเนินงานและกำกับดูแลให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายและทิศทางที่กำหนด
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานผ่านหน่วยงานบริหารความเสี่ยงและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริษัทฯ ยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการจัดการด้านความยั่งยืน เพื่อกำกับดูแลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กร รวมทั้งมีคณะกรรมการปฏิบัติงานด้านบรรษัทภิบาลและการพัฒนาความยั่งยืน ทำหน้าที่ติดตามและทบทวนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
บริษัทฯ จัดให้มีการตรวจประเมินด้านความเสี่ยงและความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติการ รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ที่มีการดำเนินโครงการใหม่ นอกจากนี้บริษัทฯ มีการจัดตั้งฝ่ายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม โดยมี คปอ. แต่ละโรงงาน เพื่อการบริหารงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนร่วมกับการกำหนดเป้าหมายและแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ

บริษัทฯ มีการติดตามผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งทบทวนแนวทางการบริหารจัดการโดยฝ่ายบริหารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่กำหนด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินการประเมินความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน โดยมีกระบวนการในการบ่งชี้อันตราย การประเมินระดับความเสี่ยง และการสอบสวนอุบัติการณ์ เพื่อระบุประเด็นความเสี่ยง (Risk)และโอกาสในการพัฒนา (Opportunity)ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน กระบวนการประเมินความเสี่ยงดังกล่าวครอบคลุมกระบวนการปฏิบัติงาน กิจกรรมและพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน รวมถึงเครื่องจักร อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต ตลอดจนกิจกรรมของผู้รับเหมาที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานของหน่วยงาน โดยพิจารณาครอบคลุมทั้งสถานการณ์ปกติ สถานการณ์ไม่ปกติ และสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน
บริษัทฯ มีการสื่อสารมาตรการความปลอดภัยที่กำหนดไว้ให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนได้รับทราบและยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งการตรวจติดตามและประเมินความเสี่ยงระหว่างการปฏิบัติงานจริง ตลอดจนมีการทบทวนผลการดำเนินงานภายหลังการปฏิบัติงานเสร็จสิ้น เพื่อปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การประเมินความเสี่ยงของบริษัทฯ ครอบคลุมทั้งงานประจำและงานไม่ประจำ โดยใช้เครื่องมือในการบ่งชี้อันตราย เช่น Job Safety Analysis (JSA) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการศึกษาและพิจารณานำเครื่องมือชี้บ่งอันตรายอื่น ๆ ที่มีความหลากหลายและทันสมัยมาใช้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยงของกิจกรรมต่าง ๆ และช่วยให้การชี้บ่งอันตรายมีความละเอียด รอบด้าน และครอบคลุมความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น โดยกระบวนการประเมินความเสี่ยงของบริษัทฯ ประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
ขั้นตอนประเมินความเสี่ยงในการทำงาน

ลำดับขั้นตอนการควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
สำหรับงานที่มีความเสี่ยงระดับปานกลางจนถึงระดับสูงจะถูกนำมากำหนดวิธีปฎิบัติงานและมาตรการป้องกันความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน เพื่อบรรเทาและควบคุมความเสี่ยง โดยมีแนวทางในการพิจารณาการควบคุมความเสี่ยงตามลำดับขั้นการควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัย (Hierarchy of Safety Risk Controls) ดังนี้

บริษัทฯ กำหนดมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยยึดหลักลำดับขั้นการควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัย (Hierarchy of Safety Risk Controls) เพื่อให้การควบคุมความเสี่ยงเป็นไปอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการจัดทำแผนการสื่อสาร การเฝ้าระวัง และการติดตามความเสี่ยง ทั้งนี้ หัวหน้างานมีหน้าที่ในการประเมินความเสี่ยงและสื่อสารให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกคนรับทราบก่อนเริ่มปฏิบัติงาน โดยใช้เครื่องมือชี้บ่งอันตรายที่กำหนด เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตระหนักถึงความเสี่ยงและปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ บริษัทฯ กำหนดให้พนักงานและผู้รับเหมาทุกคนมีสิทธิในการหยุดปฏิบัติงาน (Stop Work Authority) หากพบเห็นอันตรายหรือความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน
สำหรับกรณีอุบัติเหตุร้ายแรง บริษัทฯ มอบหมายให้คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ดำเนินการสอบสวนอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นโดยทันที เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ดังกล่าว และนำผลการวิเคราะห์ไปกำหนดมาตรการป้องกันและ และลดความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ทั้งนี้รายงานผลการสอบสวนอุบัติการณ์ มาตรการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำและสถานะการดำเนินการแก้ไข จะถูกนำเสนอและรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยฯ เป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้มีการติดตามผลและปรับปรุงการดำเนินงานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
การประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน
บริษัทฯ มีกระบวนการสำรวจพื้นที่และประเมินความเสี่ยงทางด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานโดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพจะประเมินความเสี่ยงในแต่ละขั้นตอนการปฏิบัติงานแต่ละพื้นที่เสี่ยง จากการประเมินความเสี่ยงพบว่าบริษัทฯ มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการดำเนินงาน เนื่องจากการปฏิบัติงานร่วมกับเครื่องจักรในสายการผลิตที่มีความร้อน สารเคมี และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่อาจก่อให้เกิดอัคคีภัย ซึ่งอาจส่งต่อความปลอดภัย การบาดเจ็บ สุขภาพ รวมถึงคุณภาพชีวิตในการทำงาน โดยมีการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งต่อพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ผู้มาติดต่อ และผู้มาปฏิบัติงานภายในบริษัทฯ รวมถึงอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อกระบวนการผลิตและทรัพย์สินของบริษัทฯ อาจทำให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและอาจส่งผลให้กระบวนการผลิตเกิดการหยุดชะงัก บริษัทฯ จึงมีการวางมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงอย่างรัดกุม สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ประเมิน ดังนี้
1. การสร้างวัฒนธรรมการตระหนักถึงอาชีวอนามัยและความปลอดภัย รวมทั้งสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย ด้วยการอบรมและทบทวนวิธีการทำงานกับเครื่องจักรที่ถูกต้องให้กับพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ผู้มาติดต่อ และผู้มาปฏิบัติงานภายในบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ และการจัดกิจกรรมด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี รวมทั้งป้ายเตือนในพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง เพื่อบรรเทาความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและสร้างการตะหนักบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงานมากขึ้น
2. การกำหนดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE) เบื้องต้นที่เป็นจำเป็นต่อพนักงานทุกคน ต้องสวมใส่อุปกรณ์ดังกล่าวทุกครั้งก่อนเข้าสู่พื้นที่การผลิต
3. การจัดหาภาชนะที่เหมาะสมและกำหนดพื้นที่อย่างชัดเจน สำหรับจัดเก็บวัสดุที่ใช้ในกระบวนการผลิต การซ่อมแซมเครื่องจักรอย่างเหมาะสม รัดกุม และสม่ำเสมอตามแผนที่กำหนด เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการลุกติดไฟ
4. การออกแบบและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในบริเวณพื้นที่การผลิตเพื่อป่องกันน้ำมันและสารเคมีรั่วไหลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. กำหนดและปรับปรุงกฎระเบียบในการปฏิบัติงานกับเครื่องจักรในบริเวณพื้นที่การผลิตและการซ่อมบำรุง รวมไปไถึงการจัดเก็บสินค้า การขนส่งให้ชัดเจนและรัดกุมมากขึ้น เพื่อป้องกันและบรรเทาความเสี่ยงจากอัคคีภัยทั้งต่อชีวิตของพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ผู้มาติดต่อ และผู้มาปฏิบัติงานภายในบริษัทฯ และทรัพย์สินของบริษัทฯ
6. จัดรอบการทำความสะอาดเครื่องจักรและรางสายไฟอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมของฝุ่นพลาสติกและคราบน้ำมันในบริเวณพื้นที่การผลิต โดยส่วนงานผลิตหรือเจ้าของงานผู้รับผิดชอบ
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับสุขอนามัย และความปลอดภัยในการทำงานของผู้รับเหมาและผู้มาปฏิบัติงานภายในบริษัทฯ โดยใช้แนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องตามกฎกระทรวงในเรื่องการกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานในทุกโรงงานของบริษัทฯ มีระบบการบริหารจัดการและกำกับดูแลผู้รับเหมาครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกผู้รับเหมา การบริหารจัดการผู้รับเหมา ตลอดจนกระบวนการตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานได้รับการป้องกันด้วยวิธีการที่เหมาะสม
เป้าหมายด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
บริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายที่จะลดอัตราความถี่ของการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Injury Frequency Rate: LTIFR) ของพนักงานและผู้รับเหมาให้เป็นศูนย์ โดยมีการกำหนดเป้าหมายรายปีแยกระหว่างพนักงานและผู้รับเหมา บริษัทฯ มีการดำเนินงานทางด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานตามนโยบายและแผนงานที่กำหนด ทั้งการฝึกอบรมพนักงานทุกระดับตามกฏหมายกำหนด การตรวจประเมินทางด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย การตรวจประเมินผู้รับเหมา การเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อสภาวะฉุกเฉินโดยมีแผนตอบโต้อย่างทันท่วงที และมีมาตรการที่เหมาะสมครอบคลุมไปยังผู้รับเหมา ผู้มาติดต่อบริษัทฯ

ผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

บริษัทฯ ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย LTIFR ที่ตั้งไว้เป็นศูนย์ แต่เพื่อให้มั่นใจการควบคุมสถิติของการเกิดอุบัติการณ์ในอนาคต บริษัทฯ จึงได้กำหนดการดำเนินการแก้ไขที่ขั้นตอนจากลำดับขั้นการควบคุม (Hierarchy of controls) รวมถึงการควบคุมทางวิศวกรรม (Engineering Control) เช่น การออกแบบอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากเครื่องจักร (Safety Guard) ที่เหมาะสม การกำหนดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) ที่จำเป็น รวมถึงมีกระบวนการประเมินความเสี่ยงที่ชัดเจนและรัดกุม เป็นต้น พร้อมทั้งจัดให้มีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ รวมทั้งปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรม Safety Talk การอบรมความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงาน กิจกรรมสัปดาห์ความปลอดภัย เป็นต้น
กิจกรรม Safety Talk
บริษัทฯ นำกระบวนการสนทนาเรื่องความปลอดภัยในการทำงานในพื้นที่โรงงานมาเป็นกระบวนการในการช่วยสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้กับพนักงาน คู่ค้า และผู้รับเหมา โดยให้ทุกภาคส่วนได้สนทนากันเกี่ยวกับการสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับตัวเองและกระบวนการทำงานเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยในเรื่องต่าง ๆ และยังเป็นประโยชน์ในการป้องกันรวมถึงวิธีการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง เช่น การใช้เครื่องจักร อุปกรณ์ และสารเคมีที่ถูกต้อง เป็นต้น
การอบรมด้านความปลอดภัย

บริษัทฯ สนับสนุนและจัดให้มีการอบรมเพื่อเพิ่มความรู้ และทักษะทางด้านความปลอดภัยให้กับพนักงานทุกระดับ ตามความจำเป็นของสายงานและตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ความปลอดภัยสำหรับพนักงาน การขับรถโฟล์คลิฟท์อย่างถูกวิธีและปลอดภัย การปฏิบัติหน้าที่ผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น การปฐมพยาบาลและการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเบื้องต้น การซ้อมอพยพหนีไฟและการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นเป็นประจำทุกปี
กิจกรรมสัปดาห์ความปลอดภัย

บริษัทฯ จัดกิจกรรมสัปดาห์ความปลอดภัยเพื่อสร้างจิตสำนึกและความตระหนักทางด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่จะนำไปสู่วัฒนธรรมด้านความปลอดภัยที่ดีในองค์กรและช่วยกระตุ้นให้พนักงานได้ทบทวนความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัยในการทำงานและยังเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมที่นำไปสู่ความปลอดภัย ซึ่งเป็นรากฐานของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ
การตรวจสอบด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
บริษัทฯ มีการตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปฏิบัติงานทุกคนทำงานในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งผลการตรวจวัดล่าสุดพบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล อุปกรณ์ฉุกเฉินชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมกับลักษณะงานเพียงพอต่อการใช้งานและสะดวกต่อการเข้าถึง นอกจากนี้บริษัทฯ มีการจัดทำโครงการสำรวจเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) เพื่อผลักดันและเปิดโอกาสให้มีการรายงานเหตุการณ์ที่เกือบก่อให้เกิดการเสียหายต่อทรัพย์สินหรือการบาดเจ็บต่อบุคคล พร้อมแนวทางแก้ไขเพื่อให้การดูแลป้องกันความปลอดภัยครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดและมีการรวบรวมข้อเสนอของพนักงานเป็นข้อมูลและนำมาประเมินระดับความเสี่ยงเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันความเสี่ยง นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัยในทุกพื้นที่
บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายในการควบคุมค่าระดับเสียงในทุกพื้นที่ของบริษัทฯ โดยค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 70 เดซิเบลเอ และค่าระดับเสียงสูงสุด ไม่เกิน 115เดซิเบลเอ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องกำหนดค่าระดับเสียงรบกวนและระดับเสียงที่เกิดจากการประกอบกิจการโรงงาน พ.ศ. 2548
โดยปีพ.ศ. 2568 พบว่าคุณภาพเสียงมีค่าเกินมาตรฐานเกณฑ์ของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยพื้นที่ เช่น พื้นที่กระบวนการรีไซเคิลพลาสติก มีค่าคุณภาพเสียงเฉลี่ย 8 ชั่วโมง เท่ากับ 86- 98เดซิเบลเอ บริษัทฯ จึงได้มีนโยบายการอนุรักษ์การได้ยิน และมีการจัดมาตรการอนุรักษ์การได้ยิน เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงโดยการปฏิบัติดังนี้
- ควบคุมระดับเสียงที่พนักงานได้รับเฉลี่ยตลอดเวลาการทำงาน 8 ชั่วโมง ไม่ให้เกิน 85 เดซิเบลเอ โดยควบคุมแหล่งกำเนิดเสียงหรือทางผ่านของเสียง หรือจัดหาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipmentซ PPE) ที่สามารถลดระดับเสียงดังที่เหมาะสมให้กับพนักงาน และส่งเสริมการใช้งานอย่างถูกต้อง
- เฝ้าระวังการปฏิบัติงานของพนักงานที่ทำงานในพื้นที่ที่มีระดับเสียงดังเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงาน 8 ชั่วโมง เกิน 85 เดซิเบลเอ ไม่ให้มีการสูญเสียการได้ยิน
- ตรวจสมรรถภาพการได้ยินของพนักงานกลุ่มเสี่ยง เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มการสูญเสียการได้ยิน และนำไปใช้ในการเลือกวิธีการป้องกัน และการแก้ไขที่เหมาะสมถูกต้อง
- ประชาสัมพันธ์ให้พนักงานทราบถึงพื้นที่ที่มีความเสียงและให้ความรู้ในเรื่องอันตรายจากเสียงดัง การควบคุม ป้องกัน และการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
ทั้งนี้พนักงานทุกคนที่ปฎิบัติงานในพื้นที่ที่มีระดับเสียงดังเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงาน 8 ชั่วโมง ตั้งแต่ 85 เดซิเบลเอขึ้นไป ต้องปฏิบัติตนด้วยจิตสำนึกความปลอดภัยในการป้องกันอันตรายจากเสียงดัง และลดความเสี่ยงในการสูญเสียการได้ยิน ปลูกฝังวัฒนธรรมคำนึงถึงการควบคุมคุณภาพเสียงและอันตรายที่อาจเกิดจากเสียงดังให้แก่พนักงานทุกระดับ โดยจัดทำป้ายเตือน อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่จำเป็นในการสวมใส่ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต และได้รับการอบรมเกี่ยวกับอันตรายจากเสียงดัง และวิธีปฏบิตังานและการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงอย่างเหมาะสม




